วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

สารสนเทศทางการพยาบาล

                สารสนเทศทางการพยาบาล ( Nursing  Information )  คือ การใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์  ความรู้ทางด้านสารสนเทศ  และความรู้ทางด้านการพยาบาล  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติพยาบาล  การบริการสุขภาพ  และการบริหารการพยาบาล  สารสนเทศทางการพยาบาลต้องมีลักษณะสำคัญ  คือ เนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการพยาบาล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการช่วยจัดการข้อมูลสื่อสาร  หรือการดัดแปลงข้อมูลทางการพยาบาล

ประโยชน์ของการใช้สารสนเทศทางการพยาบาลในการบริหาร
                นักทฤษฎีบริหารสมัยใหม่ส่วนมากเชื่อว่า  การบริหารจัดการนั้นจะขาดสารสนเทศไม่ได้  เพราะว่าการวินิจฉัยสั่งการ  หรือการบริหารจะต้องอาศัยพื้นฐานของเหตุผล  ซึ่งได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้  หรือสารสนเทศที่มีอยู่  ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ในลักษณะของสารสนเทศ  เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการ บริหาร  การวินิจฉัยสั่งการ  การควบคุมกำกับการ  การติดตามและการประเมินผล  ผู้บริหารที่มุ่งประสิทธิภาพจะต้องจัดให้มีกระบวนการวางแผน  การกำหนดวิเคราะห์  การวางรูปแบบระบบสารสนเทศในองค์กรที่ตนรับผิดชอบอย่างเหมาะสม

คุณลักษณะที่ดีของระบบสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
ระบบสารสนเทศในการบริหารที่ดี  ควรมีลักษณะ  10 ประการ  คือ            
            1.พึงระลึกว่าสารสนเทศมิใช่ข้อมูล จึงควรทำการเก็บรวบรวม  วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอในลักษณะของสารสนเทศเพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในการบริหาร
            2. ความเกี่ยวพันของสารสนเทศ ( Relevance ) สารสนเทศที่จะรวบรวม ควรเป็นสารสนเทศที่เกี่ยวพันกัน หรือสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้            
           3. ความไวของสารสนเทศ ( Sensitive ) สารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหาร จะต้องมีความไว สามารถบ่งบอกหรือแสดงความหมายในสิ่งที่ต้องการทราบได้ถูกต้อง            
           4. ความถูกต้องเที่ยงตรงของสารสนเทศ ( Unbias ) สารสนเทศที่ได้จากการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ และการนำเสนอ ควรถูกต้องและเที่ยงตรงต่อความเป็นจริง มิใช่เพียงเพื่อให้ผู้บริหารพึงพอใจ            
           5. ลักษณะเบ็ดเสร็จของสารสนเทศ หรือการนำเสนอสารสนเทศ ควรอยู่ในลักษณะที่รวบรวมสิ่งสำคัญๆ สามารถตรวจสอบหรือพิจารณาโดยผู้บริหารได้โดยง่ายหรือง่ายต่อความเข้าใจ           
           6. เวลาที่เหมาะสมของสารสนเทศ  สารสนเทศที่ได้รับการเก็บรวบรวม  วิเคราะห์และจัดเตรียม  จะต้องทันเวลาในการที่จะต้องใช้งาน            
            7. สารสนเทศเพื่อเน้นการดำเนินการ ( Action Oriented ) สารสนเทศควรจะได้รับการวิเคราะห์  ในลักษณะที่สนับสนุนกระบวนการบริหาร  การวินิจฉัยสั่งการหรือการดำเนินการต่างๆในอนาคต                        8. รูปแบบลักษณะเดียวกันของสารสนเทศ ( Uniformity ) สารสนเทศที่ดีควรจะมีลักษณะที่คล้ายคลึง มีรูปแบบเดียวกัน  สามารถเปรียบเทียบใช้สารสนเทศร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน            
           9. สารสนเทศเพื่อเป้าหมายการปฏิบัติการ ( Performance Target ) สารสนเทศควรได้รับการกำหนด  และเก็บรวบรวมโดยอาศัยวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นฐาน            
          10. ความคุ้มค่าของสารสนเทศ ( Cost  Effectiveness ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการรวบรวม การวิเคราะห์และการนำเสนอสารสนเทศควรมีมากกว่าต้นทุนที่ใช้

แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
                   1.  นำมาใช้ในการจัดคน  จัดเวร ( Staffing  and  Scheduling )  โดยอาศัยข้อมูลที่บันทึกไว้เกี่ยวกับผู้ป่วย  และบุคลากรพยาบาลที่สามารถแบ่งประเภทผู้ป่วยได้  และมีกิจกรรมการพยาบาลที่ได้ปฏิบัติแล้วปรากฏในคอมพิวเตอร์  ก็จะสามารถคาดคะเนความต้องการบุคลากรพยาบาลได้  และจัดคนในแต่ละเวรได้โดยเร็วและถูกต้องที่สุดด้วย
                   2.  นำมาใช้ในการประเมินความสามารถในการทำงาน  ( Performance  Evaluation )  โดยใช้ข้อมูลบุคลากร และการปฏิบัติงานประจำวันเป็นรากฐาน
                   3.  นำมาใช้ในการออกแบบโครงการ  จัดตารางการทำงาน  และประเมินผลงาน
                   4.  นำมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจ  ในการบริหารเพื่อการหาผลผลิต  เพื่อการกำหนดรูปแบบและวิเคราะห์ประสิทธิผลของการบริหาร  การทำนาย  การพยากรณ์ ในอนาคต  การกำหนดแนวโน้มของการดำเนินการ  การประเมินโครงการ  ซึ่งจะเรียกว่า  ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
                   5.  นำมาใช้ในการวางแผนการเงิน  และการจัดการ
                   6.  นำมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์

                คือการร่วมวางแผนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายเทคนิค  เนื่องจากการจัดทำระบบสารสนเทศจะเป็นการกำหนดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ต้องมีการร่วมมือกัน  เพราะฝ่านบริหารจะทราบกลยุทธ์  วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีประโยชน์สำหรับองค์กรได้ดี  ในขณะที่ความสามารถทางด้านเทคนิคอาจจะไม่เด่นชัดนัก  ส่วนฝ่ายเทคนิคจะมีความสามารถและความชำนาญทางด้านการสร้างความเป็นเลิศทางเทคนิคแต่ไม่มีความชำนาญทางด้านการบริหารและขาดความรู้ที่เฉพาะทางด้านองค์กรนั้นๆ  ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องมีการประสานงานกันอย่างดี  เพื่อทำการพัฒนาและจัดทำระบบสารสนเทศที่ดีขึ้น
แนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทางการพยาบาล

                การทำงานในแต่ละองค์กร  แบ่งออกเป็นหลายระดับดังนี้


วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

วันนี้เรามาหัดใช้ e-book กันนะค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามารู้จัก e-book กันก่อนนะค่ะ
        e-Book คือ หนังสือหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆได้ สำหรับหนังสือ หรือ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นี้ จะมีความหมายรวมถึงเนื้อหาที่ถูกดัดแปลง อยู่ในรูปแบบที่สามารถแสดงผลออกมาได้ โดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แต่ก็ให้มีลักษณะการนำเสนอที่สอดคล้องและคล้ายคลึงกับการอ่านหนังสือ ทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน แต่จะมีลักษณะพิเศษ คือ สะดวกและรวดเร็ว ในการค้นหา และผู้อ่านสามารถอ่าน พร้อมๆ กันได้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายส่งคืนห้องสมุด เช่นเดียวกับหนังสือในห้องสมุดทั่วๆ ไป 

e-Book มีประโยชน์อย่างไร ?
สำหรับผู้อ่าน
1. ขั้นตอนง่ายในการอ่าน ค้นหา หนังสือ
2. ไม่เปลืองที่ในการเก็บหนังสือ
3. อ่านหนังสือได้จากทุกที่ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

สำหรับห้องสมุด
1. สะดวกในการให้บริการหนังสือ
2. ไม่ต้องใช้สถานที่มากมายในการเก็บหนังสือ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
3. ลดงานที่เกิดจากการซ่อม เก็บ จัดเรียง หนังสือ
4. ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาจากการจ้างพนักงานมาดูแลและซ่อมแซมหนังสือ
5. มีรายงานแสดงการเข้ามาอ่านหนังสือ

สำหรับสำนักพิมพ์และผู้เขียน
1. ลดขั้นตอนในการจัดทำหนังสือ
2. ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจัดพิมพ์หนังสือ
3. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอื่นๆ
4. เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายหนังสือ
5. เพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์ตรงถึงผู้อ่าน 

    เมื่อรู้จัก e-book ไปแล้วคราวนี้เราก็เริ่มใช้งานกันเลยดีกว่า โดยเข้าไปที่ http://www.ilovelibrary.com/ แล้วทำตามขั้นตอนเล้ยยย

1.เข้าเว็บไซต์ 2.เข้าสู่หน้าหลัก

    

3.เข้าสู่ระบบ

        

4.กดหารายการหนังสือที่ต้องการ

    
                              
5.เมื่อได้หนังสือแล้วกดเลือกที่รูปหนังสือ

     


6.กดที่ปุ่ม "Add to My Shelf" เพื่อเก็บรายการหนังสือไว้

    

7.ทำการลงโปรแกรมอ่านหนังสือ

    
  
8.กด "เข้าใช้งาน" เพื่อดูรายการหนังสือที่ได้เลือกไว้

    

9.จะเห็นหนังสือที่เราได้เลือกไว้กดที่รูปหนังสือ เพื่อโหลดอ่าน

    

10.เราจะสามารถอ่านหนังได้อย่างคมชัดและหากต้องการปิิดหนังสือก็สามารถกดปุ่มทางบนขวามือได้เลย


    

11.เมนูข้างๆจะเป็นกระดาษ post it ที่เราสามารถคลิกเพื่อแปะไว้แต่ละหน้ามีหลายสีให้เลือก

เท่านี้เราก็สามารถใช้งานe-book ได้ง่ายๆแล้ว ลองนำไปใช้งานกันได้นะค่ะ



วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สวนสุนันทา โดยกุหลาบทิพย์ 034

ประวัติและความเป็นมา
              ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนสุนันทา ได้เป็นที่ประทับของพระมเหสี พระราชธิดาและเจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 32 ตำหนัก รวมทั้งอาคารที่พักของบรรดาข้าราชบริพาร
              โดยมีพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประทับ ณ ตำหนักสายสุทธานพดล ตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ปัจจุบันมีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุดอยู่ 6 ตำหนัก เนื่องจากมีผู้นำบุตรีและหลานของตน มาถวายตัวต่อพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎปิยมหาราชปดิวรัดา เป็นจำนวนมาก พระวิมาดาเธอฯ จึงทรงให้สร้างโรงเรียนนิภาคารสอนตามหลักสูตรการศึกษาสมัยนั้น รวมทั้งอบรมมารยาทและการฝีมือด้วยดำเนินกิจการไปโดยปริยาย
     พ.ศ. 2480  ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์ดำริที่จะให้เป็นที่พักอาศัยของนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่คณะรัฐมนตรีลงมติให้ใช้สถานที่นี้ให้เป็นประโยชน์ทางการศึกษา ของรัฐกระทรวงธรรมการจึงได้จัดตั้งให้เป็นสถานศึกษาสำหรับกุลสตรี ชื่อโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2480 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน สวนสุนันทาพัฒนาด้านการศึกษาต่อเนื่องมีสาระสำคัญ สรุปได้โดยลำดับดังนี้
     พ.ศ. 2480   เริ่มจัดการศึกษา 2 แผน คือ แผนกสามัญและแผนกวิสามัญ แผนกสามัญ เปิดสอนตั้งแต่ ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 6 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 7-8 นั้น รับโอนจากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ โรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนสตรีวิทยา และโรงเรียนสตรีโชตเวช แผนกเลขานุการสำหรับนักเรียนประถมที่ 1 เท่านั้นที่จัดเป็นสหศึกษา ส่วนแผนกวิสามัญรับโอนนักเรียน ฝึกหัดครูประถมหญิง จากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์และรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปีที่ 8 มาศึกษาหลักสูตรประโยคครูประถม (ป.ป.)1 ปี มีทั้งประเภทนักเรียนนอกบำรุง คือ ผู้เรียนโดยทุนส่วนตัวและนักเรียนในบำรุง คือผู้สอบได้ทุนกระทรวงธรรมการ
     พ.ศ. 2481   งดสอนชั้นมัธยมปีที่ 8 และแบ่งการเรียน การสอนเป็น 3 แผนกคือ แผนกประถมศึกษา แผนกมัธยมศึกษาและแผนกฝึกหัดครู พ.ศ. 2482 แผนกมัธยมศึกษาเหลือเพียงชั้นมัธยมปีที่ 1-6 ส่วนแผนกฝึกหัดครูเปิดสอนหลักสูตร ประโยคครูประถม (ป.ป.) 1 ปี รับจากผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 ให้มาเรียนแบบอยู่ประจำทั้งประเภทในบำรุงและนอกบำรุง
     พ.ศ. 2483   แผนกประถมศึกษาเปิดสอนชั้นเตรียมประถมแต่ปีต่อมาก็ยุบไปเปิดสอนที่โรงเรียนละอออุทิศ
     พ.ศ. 2486   ขยายการรับนักเรียนในบำรุงจากต่างจังหวัดทุกจังหวัด โดยจังหวัดเป็นผู้สอนคัดเลือก นักเรียนส่งเข้ามาเรียนอยู่ประจำ จังหวัดละ 2 คน
     พ.ศ. 2490   รับเฉพาะนักเรียนในบำรุง มีทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
     พ.ศ. 2491   รับโอนนักเรียนประถมจากโรงเรียนละอออุทิศมาไว้
     พ.ศ. 2495   เปิดสอนหลักสูตรประโยคครูประถม แผนกการงานสันทัด เช่น งานประดิษฐ์ งามไม้ งานพิมพ์ งานไฟฟ้า งานเสื้อผ้า ฯลฯ
     พ.ศ. 2496   เปิดสอนหลักสูตรประโยคครูมัธยม (ป.ม.) 2 ปี แผนกการงานสันทัดรับจากผู้จบ ป.ป. การงานสันทัด
     พ.ศ. 2498   เลิกหลักสูตร ป.ป. และ ป.ม. การงานสันทัดและเปิดสอนฝึกหัดครู หลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาการศึกษา (ป.กศ.) 2 ปี รับจากผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 เริ่มจากคิดคะแนนแบบหน่วยกิตแทนแบบร้อยละ
     พ.ศ. 2501   เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. ชั้นสูง ) รับจากผู้สำเร็จการศึกษา ป.กศ. และกระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ยกฐานะโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เป็นวิทยาลัยครูสวนสุนันทา จัดการเรียนการสอน เป็น 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายอุดมศึกษา ฝ่ายมัธยมศึกษาและฝ่ายประถมสาธิต
     พ.ศ. 2511   เปิดสอนภาคนอกเวลาหลักสูตร ป.กศ. ด้วยในปีต่อมา
     พ.ศ. 2519   สอนระดับปริญญาตรีหลักสูตร 2 ปี โดยใช้หลักสูตรของกรมการฝึกหัดครู 
     พ.ศ. 2520   งดรับนักศึกษาภาคนอกเวลา 
     พ.ศ. 2521   เปิดรับนักเรียนระดับปริญญาตรี 2 ปี ตาม โครงการอบรมครูและบุคลากร การศึกษาประจำการ (อ.ค.ป.)
     พ.ศ. 2523   เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี โดยรับจากนักเรียนที่สำเร็จชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 (ก่อน พ.ศ. 2523 ) หรือมัธยมปีที่ 6 
     พ.ศ. 2527   มีพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ฉบับที่ 2 กำหนดให้วิทยาลัยครูเปิดสอนได้ 3 สาขา คือ สาขาวิชาการศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์ทั้งระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี 4 ปี และปริญญาตรีหลังอนุปริญญา วิทยาลัยครูสวนสุนันทายังเปิดสอนระดับอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ 8 วิชาเอกและอนุปริญญาศิลปศาสตร์ 4 วิชาเอก
     พ.ศ. 2528   เลิกโครงการ อ.ค.ป. เปลี่ยนเป็นโครงการอบรมการศึกษาบุคลากรประจำ (กศ.บป.) สอนทั้งระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี สาขาวิชาการศึกษาและสาขาวิชาการอื่นในกรุงเทพมหานครเป็นสหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ 
     พ.ศ. 2530   สภาการฝึกหัดครูได้พัฒนาหลักสูตรทุกระดับและทุกสาขาวิชา วิทยาลัยจึงเปิดสอนหลักสูตรใหม่นี้ 

     พ.ศ. 2500   เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตร ป.กศ. รอบบ่ายเพื่อแก้ไขปัญหานักเรียน ที่สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้วไม่มีที่เรียน รับนักเรียนฝึกหัดครูชายเป็นครั้งแรกและเริ่มมีนักเรียน ทั้งประเภทอยู่ประจำและประเภทเดินเรียน เนื่องจากไม่มีหอนอนเพียงพอ
     พ.ศ. 2510    เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตร ป.ป. แบบเร่งรัดรับนักเรียนที่สำเร็จชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือเทียบเท่ามาเรียน 1 ปี 
     พ.ศ. 2517   เปิดสอนระดับปริญญาตรี 2 ปี โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัย วิชาการศึกษา 
     พ.ศ. 2518   กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้วิทยาลัยครู สวนสุนันทาเป็นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาตาม พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู แบ่งสายงานการปฏิบัติราชการออกเป็น - สำนักงานอธิการ - คณะวิชา - ภาควิชาและยังคงมีโรงเรียนประถมสาธิต และมัธยมสาธิตเช่นเดิม 
     พ.ศ. 2525   รับนักศึกษา ป.กศ. ชั้นสูง ภาคต่อเนื่องและภาคสมทบ (แทนภาคนอกเวลาเดิม) 
     พ.ศ. 2526   เปิดสอนหลักสูตรเทคนิคอาชีพระดับ ป.กศ. ชั้นสูง 2 ปี รับจากผู้สำเร็จ มัธยมปีที่ 6 หรือเทียบเท่า 
     พ.ศ. 2529   เปิดสอนระดับ ปริญญาตรีหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปีและปริญญาตรีหลัง อนุปริญญา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ และสาขาวิชาศิลปศาสตร์เพิ่มเติมจาก สาขาวิชาการศึกษาที่มีอยู่เดิม 
     พ.ศ. 2535   สภาการฝึกหัดครูอนุมัติโปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจและโปรแกรม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาลัยจึงเปิดรับนักศึกษาในโปรแกรมดังกล่าว 
     พ.ศ. 2538  จนถึงปัจจุบันวิทยาลัยครูได้เปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏ โดยได้ตราเป็น พระราชบัญญัติซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในวันที่ 19 มกราคม 2538

หลักสูตรที่เปิดสอน


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี















ทำเนียบผู้บริหาร
รศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันท
า
                    
รศ.พิเศษ ดร.วิเชียร ศรีพระจันทร์                   อาจารย์.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์
  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร                          รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
                     
     รศ.ธีระดา ภิญโญ                                   ผศ.ดร. ไพบูลย์ แจ่มพงษ์
      รองอธิการบดีฝ่ายแผนงาน                      รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
                                                                และประกันคุณภาพ
                     

อาจารย์.ดร.วิทยา เมฆขำ                                รศ.พิศณุ พูนเพชรพันธุ์
      รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา 
           รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย

หน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ






ข้อมูลจาก: http://www.ssru.ac.th/